ข้อดีของการหัวเราะคลายความเครียด

Posted By นายสำรวย on Sep 26, 2016 | 0 comments


  ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ เพราะการหัวเราะอย่างสุดเสียงด้วยหัวใจที่สดใส นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นสารเคมีแห่งความสุขให้กับสมองอีกด้วย นอกจากนี้เสียงหัวเราะยังช่วยลดความเครียด และความแปลกแยกระหว่างบุคคลกับคนอื่นได้เป็นอย่างดี

การหัวเราะมี 7 แบบดังนี้

1.ท้องหัวเราะ กำมือชูนิ้วโป้งระดับท้อง หายใจเข้าและเปล่งเสียงหัวเราะ “โอ” ขยับมือทั้งสองข้างขึ้นลงเป็นจังหวะ ออกเสียงโอคือการหัวเราะบริเวณท้องจะช่วยในเรื่องอารมณ์ และช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานดีขึ้น และช่วยบำบัดโรคลำไส้อักเสบ

2.อกหัวเราะ กางแขนออกหงายฝ่ามือระดับอก หายใจเข้ากลั้นหายใจแล้วปล่อยลมหายใจออกเปล่งเสียงหัวเราะ “อา” ขยับแขนทั้งสองข้างขึ้นลงเป็นจังหวะ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก หัวใจ ปอด และไหล่ขยับเขยื้อนไปด้วย ท่านี้จะช่วยให้อวัยวะบริเวณหน้าอกทั้งหมดทำงานได้ดีขึ้น

3.คอหัวเราะ ยกมือขึ้นระดับอก กำมือ ยกนิ้วโป้งตั้งขึ้น นิ้วชี้ และนิ้วกลางชี้ไปข้างหน้า หายใจเข้าและเปล่งเสียงหัวเราะ “อู” ขยับแขนตามจังหวะ เน้นพุ่งมือไปด้านหน้า เมื่อเปล่งเสียงอู จะกระตุ้นให้บริเวณลำคอสั่น ท่านี้จะช่วยแก้ปัญหาเจ็บคอ คออักเสบ ปวดคอ สำหรับคนที่มีปัญหาเนื่องจากต้องใช้เสียงเยอะ

4.ใบหน้าหัวเราะ ยกแขนขึ้นระดับใบหน้า ขยับนิ้วคล้ายเล่นเปียโน หายใจเข้าและเปล่งเสียงหัวเราะ “เอ” ขยับนิ้ว เคลื่อนไหวร่างกาย คล้ายท่าแหย่เด็กๆ นอกจากจะได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่นิ้วมือแล้ว ท่านี้ยังช่วยฝึกบริหารสมองด้วย

5.ไหล่หัวเราะ เป็นการบริหารช่วงไหล่ ยืนตรงแล้วส่ายไหล่ไปมา เหมือนการว่ายน้ำฟรีสไตล์ พร้อมกับเปล่งเสียง “เอ เอะ ” ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับไหล่ ท่านี้ช่วยได้

6.สมองหัวเราะ โดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเครียดมักจะปิดปาก เป็นเหตุให้ความดันขึ้นสมอง ท่านี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว โดยปิดปากแล้วเปล่งเสียง “อึ” ดันให้เกิดการสั่นสะเทือน ขึ้นไปนวดสมอง เมื่อทำเสร็จจะรู้สึกโล่ง โปร่งสบาย

7.หัวเราะทั้งตัว เป็นท่าที่ต้องทำพร้อมกันกับผู้อื่น โดยกระโดดพร้อมเสียงหัวเราะแบบสุดๆ ตามแบบของตัวเองอย่างต่อเนื่อง 1 นาที คล้ายท่ากบกระโดด เอามือสองข้างของเราไปตบมือสองข้างของเพื่อน ตามจังหวะ

ทั้งนี้ได้มีการวิจัยว่า

  “กลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้ามักจะเป็นนักบริหาร นักวิชาการ และแพทย์ เนื่องจากงานที่ทำอยู่มีภาวะความกดดันสูง ไม่มีเวลาในการบริหารทั้งสุขภาพกายและใจ ส่งผลให้ร่างกาย จิตใจ ไม่มีการขับเคลื่อน การดำเนินชีวิตไม่มีความผ่อนคลาย จากการวิจัยยังพบด้วยว่า กลุ่มผู้ประกอบอาชีพนักบัญชี และวิศวกร เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่ประสบปัญหาทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และเป็นกลุ่มที่หาสามีหาภรรยาได้ยาก เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักมองสิ่งต่างๆ ตามแบบวิธีของตรรกศาสตร์ มองข้ามด้านของความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจ”

Cr. www. thaihealth .or.th www. womanplusmagazine. com/